ThaiEnglish (UK)

คณะสหเวชศาสตร์ในทศวรรษแรก พ.ศ. 2535-2544

      คณะสหเวชศาสตร์เมื่อแรกตั้งมีบุคลากรที่โอนมาจากคณะแพทยศาสตร์รวม 28 คนประกอบด้วย อาจารย์ 16 คน ข้าราชการ 7 คน (สายช่วยวิชาการ 5 คน เจ้าหน้าที่ธุรการ 2 คน) ลูกจ้างประจำ 5 คน ทศวรรษแรกของคณะสหเวชศาสตร์ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาแห่งการตั้งตัวกลับพบข้อ จำกัดหลายประการ นับตั้งแต่การที่รัฐบาลนำนโยบายกำหนดขนาดกำลังคนในภาครัฐเป็นแนวทางการบริ หาร (มติคณะรัฐมนตรีวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2537) และทบวงมหาวิทยาลัยได้แจ้งนโยบายนี้แก่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (หนังสือที่ ทม 0202/6173 ลงวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ.2537) ส่งผลกระทบต่อการบรรจุอัตราของอาจารย์ในคณะสหเวชศาสตร์โดยรวมเป็นอย่างมาก ต่อมาเมื่อประเทศประสบปัญหาทางเศรษฐกิจภายหลังการปล่อยค่าเงินบาทลอยตัวใน วันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 ปัญหาความขาดแคลนงบประมาณและการจัดสรรกำลังคนทวีสูงขึ้น การสร้างภาควิชาใหม่รองรับสาขาวิชาใหม่ ที่เกิดขึ้นจากการรับโอนสาขาวิชามาจากคณะแพทยศาสตร์ในกรณีการจัดการเรียนการ สอนในหลักสูตรเทคนิคการแพทย์ ตลอดจนการรับอาจารย์ใหม่ เพื่อเสริมประสิทธิภาพการผลิตบัณฑิตในหลักสูตรที่มีอยู่และหลักสูตรใหม่ที่ จะเกิดขึ้นในอนาคตไม่สามารถกระทำได้ คณะสหเวชศาสตร์จึงประสบปัญหาในทุกด้าน ทั้งด้านการบริหาร ด้านกำลังคน งบประมาณและอาคารสถานที่มาโดยตลอด ส่งผลให้การเติบโตของคณะสหเวชศาสตร์ช่วงทศวรรษแรกไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ ตั้งไว้แต่เดิม มีสาระสรุปได้ดังนี้

      พ.ศ.2535 ภาคต้น ปีการศึกษา 2535 คณะสหเวชศาสตร์รับนิสิตวิทยาศาสตรบัณฑิตสาขาเทคนิคการแพทย์ในสังกัดคณะฯเป็น ปีแรก จำนวน 55 คน โดยผ่านระบบการคัดเลือกของทบวงมหาวิทยาลัย 51 คน และผ่านโครงการจุฬา-ชนบท 4 คน

      วันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ.2535 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปิยพร ณ นคร เข้าดำรงตำแหน่งคณบดีคณะสหเวชศาสตร์คนแรก บริหารงาน 2 สมัย (หมดวาระวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ.2543)

      พ.ศ.2536 สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ด้านสหเวชศาสตร์ 3 สาขา ได้แก่ สาขาเทคนิคการแพทย์ กายภาพบำบัด และรังสีเทคนิค ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีกำหนดให้เป็นสาขาวิชาชีพขาดแคลน มติคณะรัฐมนตรีในเรื่องนี้มีส่วนสำคัญช่วยให้คณะสหเวชศาสตร์ผ่านวิกฤติการณ์ ต่างๆได้ดีขึ้น ลดอุปสรรคที่มีต่อการพัฒนาคณะสหเวชศาสตร์ในช่วงต้นเป็นอย่างมาก

      พ.ศ.2537 คณะได้รับงบประมาณจากมหาวิทยาลัยให้ขยายพื้นที่ส่วนใต้หลังคาอาคาร 14 (ชื่อใหม่ของอาคารเทคนิคการแพทย์) เพื่อจัดทำเป็นห้องพักอาจารย์และห้องประชุมขนาดเล็ก ทำให้พื้นที่ใช้สอยของคณะสหเวชศาสตร์เพิ่มขึ้น 250 ตารางเมตรรวมเป็น 1,057 ตารางเมตร

      พ.ศ.2538 วันที่ 20 มกราคม พ.ศ.2538 “ศูนย์วิจัยไขมันและน้ำมัน” ถือกำเนิดขึ้นตามประกาศจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยว่าด้วยการอุดหนุนทุนวิจัย นับเป็นหน่วยวิจัยแรกของคณะสหเวชศาสตร์ ภายหลังศูนย์ฯนี้เปลี่ยนชื่อเป็น “ศูนย์วิจัยวิทยาลิพิดและไขมัน” เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2544

      ในปี 2538 นี้เองหลักสูตรวิทยาศาสตร์บัณฑิตสาขากายภาพบำบัด 4 ปีเริ่มเปิดรับนิสิตรุ่นแรกจำนวน 38 คนผ่านระบบการสอบคัดเลือกของทบวงมหาวิทยาลัย นับเป็นสาขาทางสหเวชศาสตร์สาขาที่สองของคณะฯ หลักสูตรนี้ได้รับอนุมัติเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ.2537

      พ.ศ. 2539 เป็นปีแรกที่คณะสหเวชศาสตร์ผลิตบัณฑิตสาขาเทคนิคการแพทย์ออกสู่สังคมจำนวน 42 คน ปีนี้คณะฯเริ่มใช้หลักสูตรเทคนิคการแพทย์ที่ปรับปรุงใหม่เพื่อทดแทนหลักสูตร เก่าซึ่งเปิดใช้มาอย่างยาวนาน มีการเปิดหมวดวิชาใหม่ๆขึ้น เช่น โภชนาการคลินิก เทคโนโลยีสารสนเทศทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ และเทคโนโลยีชีวเวชศาสตร์

      พ.ศ. 2540 เดือนมิถุนายน คณะฯเข้าใช้พื้นที่ชั้น 13 อาคารวิทยกิตติ์ บริเวณสยามสแควร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ชั่วคราวของคณะฯ พื้นที่นี้มีขนาด 2,482 ตารางเมตร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดสรรให้คณะฯพร้อมงบประมาณปรับปรุง โดยคณะฯจัดสรรพื้นที่ดังกล่าวเพื่อการเรียนการสอนและการวิจัยของภาควิชา กายภาพบำบัด พื้นที่บางส่วนสำหรับภาควิชาเวชศาสตร์การธนาคารเลือด สำนักงานเลขานุการ และสำนักงานคณบดี ส่วนพื้นที่ของอาคาร 14 และอาคารเหลืองอมรเลิศเป็นของภาควิชาเคมีคลินิกและภาควิชาจุลทรรศน์ศาสตร์ คลินิก สำหรับหน่วยปฏิบัติการบริการวิทยาศาสตร์สุขภาพแบ่งงานออกเป็นสองส่วนโดยใช้ พื้นที่ทั้งอาคาร 14 และอาคารวิทยกิตติ์ แม้การได้รับพื้นที่ชั้น 13 อาคารวิทยกิตติ์ ช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนพื้นที่การเรียนการสอนของหลักสูตรกายภาพบำบัดได้เกือบ ทั้งหมด แต่ปัญหาความขาดแคลนพื้นที่สำหรับการเรียนการสอนของหลักสูตรเทคนิคการแพทย์ ยังคงดำรงอยู่เนื่องจากในปีการศึกษา 2540 คณะฯมีนิสิตรวม 330 คน เป็นนิสิตหลักสูตร วท.บ.เทคนิคการแพทย์ 238 คนโดยเป็นนิสิตแต่ละชั้นปีประมาณ 65 คน ในขณะที่อาคารเทคนิคการแพทย์ (อาคาร 14) โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์มีพื้นที่ห้องบรรยายสองห้องรวม 186 ตารางเมตร และพื้นที่ห้องปฏิบัติการสามห้องรวม 258 ตารางเมตร ไม่สามารถรองรับได้

      พ.ศ.2541 คณะสหเวชศาสตร์เปิดรายวิชาแบคทีเรียคลินิคและภูมิคุ้มกันวิทยาให้แก่นิสิต หลักสูตรเทคนิคการแพทย์ชั้นปีที่ 3 โดยให้อยู่ภายใต้การดูแลของภาควิชาเวชศาสตร์การธนาคารเลือดทดแทนรายวิชาที่ คณะแพทยศาสตร์เคยให้บริการ วันที่ 16 พฤศจิกายน หน่วยปฏิบัติการบริการวิทยาศาสตร์สุขภาพเริ่มเปิดให้บริการด้านสุขภาพแก่ ประชาชนทั่วไป ณ อาคารวิทยกิตติ์ พ.ศ.2542 ผลิตบัณฑิตหลักสูตรวิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขากายภาพบำบัด สังกัดคณะสหเวชศาสตร์ ขึ้นเป็นปีแรกจำนวน 33 คน ต่อมาวันที่ 19 สิงหาคม หน่วยปฏิบัติการบริการวิทยาศาสตร์สุขภาพได้รับการอนุมัติจากกระทรวงสาธารณ สุขให้เป็นสถานพยาบาลของรัฐ อันเป็นผลดีอย่างยิ่งต่อการจัดหารายได้ของคณะในเวลาต่อมา

      พ.ศ.2543 คณะสหเวชศาสตร์ร่วมกับภาคธุรกิจเอกชนนำเสนอรายการด้านอาหารและโภชนาการทาง สถานีโทรทัศน์ อ.ส.ม.ท. ช่อง 9 ในรายการโลกมุสลิม โดยเริ่มรายการครั้งแรกวันที่ 7 มีนาคม สัปดาห์ละครั้ง กิจกรรมนี้สิ้นสุดลงในปี พ.ศ.2547

      วันที่ 1 กันยายน รองศาสตราจารย์ ดร.วินัย ดะห์ลัน ได้รับการแต่งตั้งจากสภามหาวิทยาลัยให้ดำรงตำแหน่งคณบดี (สิ้นสุดวาระ 31 สิงหาคม พ.ศ.2547 และดำรงตำแหน่งต่ออีกหนึ่งสมัยสิ้นสุดวาระ 31 สิงหาคม พ.ศ.2551)

      เดือนตุลาคม เกิดประเด็นด้านคดีความของนิสิตของคณะฯคนหนึ่งกับเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทั่ง กลายเป็นข่าวใหญ่ คณะฯและมหาวิทยาลัยร่วมกับสภาทนายความต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิของนิสิต กระทั่งคดีสิ้นสุดลงโดยการยกฟ้องนิสิตเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ.2546

      พ.ศ. 2544 คณะฯปรับนโยบายการรับนิสิตแรกเข้าโดยเพิ่มจำนวนรับนิสิตขึ้นให้ได้ไม่น้อย กว่าร้อยละ 50 จากที่เคยรับนิสิตปีที่หนึ่งทั้งสองหลักสูตรปีละ 110 คนในปีการศึกษา 2543 คณะฯเพิ่มการรับเป็น 130 คนในปีการศึกษา 2544 (ขยายเป็น 225 คนในปีการศึกษา 2549 เพิ่มจำนวนนิสิตของคณะฯจาก 390 คนตอนเริ่มปีการศึกษา 2543 เป็น 630 คน ตอนเริ่มปีการศึกษา 2549 หรือเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 60)

      ในปีนี้หลักสูตรวิทยาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตสาขาชีวเวชศาสตร์ ซึ่งเป็นหลักสูตรสหสาขา โดยคณะสหเวชศาสตร์เข้าร่วมกับอีก 4 คณะวิชามีบัณฑิตวิทยาลัยเป็นผู้บริหารหลักสูตรได้เริ่มเปิดรับนิสิตเป็นปี แรก

      วันที่ 1 สิงหาคม คณะสหเวชศาสตร์ร่วมกับสถานีวิทยุจุฬาฯ เริ่มรายการวิทยุของคณะสหเวชศาสตร์เป็นครั้งแรกทางสถานีวิทยุ เอ็ฟเอ็ม 101.5 เมกะเฮิร์สซ์ วันละ 30 นาที ตั้งแต่วันจันทร์ถึงศุกร์ (ต้นปี พ.ศ.2545 เป็นต้นมา ได้ปรับเวลาเพิ่มเป็นวันละ 1 ชั่วโมง โดยลดการออกอากาศเหลือสัปดาห์ละ 1 วันคือทุกวันจันทร์ เวลา 11-12 น.และดำเนินการมาโดยตลอดนับแต่นั้น)

      สิงหาคม-กันยายน คณะฯเน้นการจัดหารายได้โดยจัดอบรมวิชาการด้านผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร 6 ครั้ง มีผู้เข้ารับการอบรมทั้งสิ้น 1,415 คน และการอบรมกระบวนการผลิตอาหารฮาลาลโดยระบบ Halal-HACCP 3 ครั้ง มีผู้เข้ารับการอบรม 754 คน

      คณะฯเริ่มนโยบายการจัดประชุมวิชาการทางสหเวชศาสตร์ขึ้นทุกสองปีโดยเริ่ม ต้นขึ้นเป็นครั้งแรกระหว่างวันที่ 14-16 พฤศจิกายน พ.ศ.2544 ณ อาคารสถาบัน 3 และอาคารวิทยกิตติ์ โดยให้นับเป็นการประชุมวิชาการของคณะสหเวชศาสตร์ ครั้งที่ 3 ต่อเนื่องจากการจัดประชุมทางวิชาการของแต่ละสาขาวิชาที่เคยจัดขึ้นในอดีต

      ในช่วงเวลาเดียวกันหน่วยปฏิบัติการบริการวิทยาศาสตร์สุขภาพเปิดบริการ ด้านห้องออกกำลังกายและห้องเซาน่าขึ้นในวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ.2544